คลังความรู้
ทำเนียบพระเกจิคณาจารย์
พระพุทธรูปที่สำคัญ
ปางพระพุทธรูป
 ตำนานเทพเจ้า เทวดา ฤาษี
 เครื่องรางของขลัง
 ห้องภาพเก่าในอดีต
 จัดตั้งหิ้งพระอย่างถูกต้อง
 ต้นกำเนิดพระเครื่อง
 จำเป็นไหมที่ต้องใส่พระ
 เนื้อมวลสารพระเครื่อง
 รูปทรงของพระเครื่อง
 การเลือกพระเครื่องมาบูชา
 เทคนิคการดูพระเบื้องต้น
 พระเครื่องประจำวันเกิด
ห้อยพระกี่องค์ดี
คล้องพระร่วมกับอย่างอื่น
สิ่งที่ไม่ควรทำเมื่อสวมพระ
 ใส่พระแต่เผลอลอดราวผ้า
ใส่พระอาบน้ำจะบาปไหม
ท่องคาถาผิดพระเสื่อมไหม
 ไม่ใช่พระแต่ปลุกเสกพระ
 พระดีจะต้องแพงหรือเปล่า
 พุทธพาณิชย์คืออะไร
ทำไมต้องปลอมพระ
 พระที่แตกหักทำอย่างไร
 พระเครื่อง ที่ใช้ทำน้ำมนต์
 พระที่ใส่แล้วมีโชค ร่ำรวย
 พระกรุคืออะไร
 พระปิดตาคืออะไร
 พระกริ่งคืออะไร
 พระเครื่องชุดเบญจภาคี
 พระชุด ๒๕ พุทธศตวรรษ
 ชินราชอินโดจีน
 พระเครื่องหลวงปู่ทวด
 ว่าด้วยเรื่องยันต์
การสักยันต์
 เรื่องราวของกุมารทอง
 ไสยศาสตร์ และมนต์ดำ
ทำความสะอาดพระเครื่อง
 เลี่ยมกรอบพระแบบไหนดี
 การเลือกกล้องส่องพระ
 เรื่องเล่าวงการพระ
 คำศัพท์ในวงการพระเครื่อง
 สนามพระทั่วไทย
 กฎหมายกับพระเครื่อง
 ของมงคลของชาวจีน
 หิน อัญมณี แร่มหัศจรรย์
ว่านไม้มงคล ๑๐๘
 ศาสตร์ของฮวงจุ้ย
 โหงวเฮ้ง(นรลักษณ์ศาสตร์)
 เลขศาสตร์ อิทธิพลต่อชีวิต
ลางสังหรณ์ และความเชื่อ
ความฝัน บอกอะไรกับเรา
พลังแห่งจิตใต้สำนึก
 มองเมืองไทยในอดีต
 ของเก่าของสะสมทั่วโลก

ว่านไม้มงคล ๑๐๘

(9) ที่ชื่นชอบ
   
(2421) เปิดดู

ว่าน มีการศึกษาและปลูกเลี้ยงกันมานานเท่าไรไม่มีใครทราบ ความเชื่อในลักษณะนี้มีมาแต่ครั้งยุคโรมันโบราณ ชาวโรมันเป็นชาติแรกที่เก็บหน่อไม้ฝรั่ง (Asparagus) จากป่ามากินหน่อ เมื่อครั้งก่อนคริสตกาลประมาณ ๒๐๐ ปี หลังจากนั้นอีก ๓๐๐ ปี ชาวโรมันรู้จักนำพืชต้นนี้มาปรุงเป็นยารักษาโรค เหง้านำมาตำแก้ผึ้งหรือแมลงกัดต่อย ต้นเคี้ยวกับเกลือแก้ปวดฟัน รวมทั้งปรุงเป็นยาแก้บวมน้ำ (Dropsy) จักรพรรดิองค์แรกของกรุงโรม (Augustus) มีความเชื่อว่าหน่อไม้ฝรั่งที่ผลิหน่อออกมาแล้วตายซากแห้งคาต้นนั้น เมื่อนำมาชงเป็นชาแล้วเสกด้วยคาถาเก่าแก่ของโรม จะทำให้อยู่ยงคงกระพัน

ว่านเสน่ห์จันทร์ เมตตามหานิยม

 
ความเป็นมาของว่านไทย
 
สำหรับของไทยมีเค้าเงื่อนของการเลี้ยงว่านจากสายวัฒนธรรมมอญและเขมรแต่โบราณ  ตำราพิชัยสงครามทุกเล่มระบุว่า ว่าน คือสุดยอดคงกระพัน โดยธรรมชาติ นักรบโบราณนิยมการอาบว่าน เคี้ยวว่าน โบราณจารย์ในอดีตล้วน ปลูกว่าน เลี้ยงว่าน เพื่อนำมาใช้ประโยชน์  ปรากฏหลักฐานตามตำนานการสร้างพระรอดลำพูน ในสมัยหริภุญชัย (ประมาณ พ.ศ. ๑๒๐๐) ว่าการสร้างพระรอด กล่าวถึงสุกกทันต์ฤษี และวาสุเทพฤษี ประชุมฤษี ๑๐๘ รูป  มาชุมนุมสร้าง โดยเอาดินบริสุทธิ์จากใจกลางทวีปทั้ง ๕  ตัวยา ๑,๐๐๐ ชนิด  เกสรดอกไม้ ๑,๐๐๐ ชนิด  และ ว่าน ๑,๐๐๐ ชนิด  มาผสมกันจนละเอียดกดลงในพิมพ์นำไปเผา  เสร็จแล้ว สุกกทันต์ฤษี วาสุเทพฤษี ได้ทำพิธีปลุกเสกด้วยเวทมนต์อันศักดิ์สิทธิ์ และเนื่องจากการสร้างพระรอดจากมวลสารต่างๆ นำมาผสมกัน ดังกล่าวแล้วจึงปรากฏว่าองค์พระ ที่สร้างมีสีหลายสีเนื่องจากส่วนผสมและการเผา จึงได้พบสีต่างๆได้แก่  สีเขียว  สีเขียวอ่อน  สีขาวปนเหลือง  สีดำ  สีแดง สีดอกพิกุล  เป็นต้น พระเครื่องเนื้อดิน เนื้อผงล้วนมีส่วนผสมสำคัญคือว่าน การเปิดกรุวัดตาเถรขึงหนัง ที่สุโขทัย กลิ่นหอมตลบของว่านเสน่ห์จันทร์ที่สร้างแต่ยุคกรุงสุโขทัย (ประมาณ พ.ศ. ๑๘๐๐) ที่ยังคงกำซาบมาจนทุกวันนี้ ภาคเหนือที่ ดอยคำ จังหวัดเชียงใหม่ เจดีย์ถล่มทลายพบพระพิมพ์สามหอม ที่ผสมด้วยว่านหอมของภาคเหนือเป็นสำคัญ  คนไทยที่เป็นนักสู้อยู่บนหลังม้า หรือถือดาบอยู่บนดินต่างชำระร่างกายด้วยว่าน เคี้ยวว่าน หรือสวมใส่ผ้าประเจียด และรัดแขนด้วยว่านเช่นกัน
 
ในช่วงอยุธยา (ประมาณ พ.ศ. ๑๘๙๓) ก็ปรากฏว่ามีการเล่นว่านใช้ว่านกันอยู่ไม่น้อย เช่นชาวบ้านบางระจัน ไปจนถึงในพระบรมหาราชวัง เช่น ในสมัยของขุนวรวงษาธิราช และสมัยพระนารายณ์ แม้แต่ในตำราโอสถพระนารายณ์ ก็มีระบุถึงสรรพคุณว่านบางชนิดอยู่
 
ล่วงมาถึงยุครัตนโกสินทร์ (พ.ศ. ๒๓๒๕ เป็นต้นมา) ว่านยังคงอยู่กับสังคมไทยอย่างเงียบๆ แต่แนบแน่นในลักษณะที่รู้กันในครอบครัวหรือ ถ่ายทอดจากครูสู่ลูกศิษย์ รุ่นต่อรุ่นและมักปกปิดเอาไว้  หนังสือตำราแบบสมัยใหม่ที่กล่าวถึงว่านอย่างชัดเจนเท่าที่สืบเค้าเงื่อนได้ ได้แก่
 
  • พ.ศ. ๒๔๕๒ หนังสือชื่อ แพทย์ศาสตร์สงเคราะห์ เขียนโดย พระยาพิศประสาทเวช
  • พ.ศ. ๒๔๖๔ หนังสือชื่อ แพทย์ตำบลเล่ม ๑ เขียนโดย พระยาแพทย์พงศา วิสุทธาธิบดี (สุ่น สุนทรเวช)
 
หลังจากปี พ.ศ. ๒๔๖๔ เป็นต้นมา การศึกษาและสนใจเรื่องว่านก็ เริ่มชัดเจนขึ้นเป็นลำดับ ส่วนหนึ่งอาจจะมาจากสาเหตุที่ในช่วงปี พ.ศ. ๒๔๖๘ - พ.ศ. ๒๔๗๖ ประเทศไทยอยู่ในยุคที่ประสบปัญหาเศรษฐกิจ รายได้ตกต่ำข้าวยากหมากแพง โจรผู้ร้ายชุกชุม สิ่งยึดเหนี่ยวทางจิตใจส่วนหนึ่งคงหนีไม่พ้น ว่าน จนกระทั่งมีผู้เห็นความสำคัญที่จะเขียนหนังสือเกี่ยวกับว่านโดยตรงขึ้น เพื่อให้ชัดเจน ลดการสับสน
 
  • พ.ศ. ๒๔๗๓ หนังสือชื่อ ลักษณะว่าน จึงเกิดขึ้น เขียนโดย นายชิต วัฒนะ
  • พ.ศ. ๒๔๗๕ - ๒๔๗๖ หนังสือชื่อ ตำรากระบิลว่าน เขียนโดย หลวงประพัฒน์สรรพากร ซึ่งหนังสือเล่มนี้เองเป็นที่ยอมรับอย่างกว้างขวางแม้กระทั่งราชบัณฑิตยสถาน ยังยอมรับและใช้เป็นหนังสืออ้างอิงในพจนานุกรมฉบับ พ.ศ. ๒๔๙๓
  • พ.ศ. ๒๔๘๐ หนังสือชื่อ ตำราว่านยา ๑๐๘ อย่าง เขียนโดย ค.ส.
  • พ.ศ. ๒๔๘๐ (ปีเดียวกัน) หนังสือชื่อ คู่มือนักเลงว่าน เขียนโดย ล.มหาจันทร์
  • พ.ศ. ๒๔๘๔ หนังสือชื่อ ตำราสรรพคุณยาไทย ว่าด้วยลักษณะกบิลว่าน เขียนโดย นายไพฑูรย์ ศรีเพ็ญ
  • พ.ศ. ๒๕๐๓ หนังสือชื่อ ตำราดูว่านและพระเครื่องบรมธาตุ เขียนโดย นายชัยมงคล อุดมทรัพย์
  • พ.ศ. ๒๕๐๔ หนังสือชื่อ ตำรากบิลว่าน เขียนโดย นายพยอม วิไลรัตน์
  • พ.ศ. ๒๕๐๕ หนังสือชื่อ ตำราวิธีปลูกว่านและดูลักษณะว่าน เขียนโดย นายสิริ จิตโต
  • พ.ศ. ๒๕๐๖ หนังสือชื่อ ตำราดูว่านอันศักดิ์สิทธิ์ เขียนโดย อาจารย์ชั้น หาวิธี
  • พ.ศ. ๒๕๐๖ (ปีเดียวกัน) หนังสือชื่อ ตำราลักษณะว่านและวิธีปลูกว่าน เขียนโดย นายเลื่อน กัณหะกาญจนะ พิมพ์ออกจำหน่ายในนามของสมาคมพฤกษชาติแห่งประเทศไทย ซึ่งเล่มนี้เองได้รวบรวมว่านไว้มากถึง ๓๐๒ ชนิด และมีชื่อทางพฤกษศาสตร์กำกับไว้มากถึง ๑๔๓ ว่านด้วยกัน ซึ่งพอที่จะทำให้การศึกษาเรื่องว่าน ดูเป็นหลักตามสากลมากขึ้น หลังจากนั้นมาก็มีหนังสือต่างๆ ออกมาเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะ ในช่วงปี พ.ศ. ๒๕๒๒ - พ.ศ. ๒๕๒๕ ซึ่งหนังสือเหล่านี้ยังคงพอหาอ่านได้บ้างในเวลานี้

ว่านสบู่เลือด นิยมนำมาทำพระเครื่อง

ความเชื่อเกี่ยวกับฤทธิ์ของว่านต่างๆ มีอภินิหารความศักดิ์สิทธิ์ไม่น้อยไปกว่าเวทย์มนต์พระคาถา โดยสามารถป้องกันภยันตรายต่างๆได้ เช่น อยู่ยงคงกระพันชาตรี (คือใช้ของมีคมเช่นมีดฟันถูกร่างกายแล้วไม่เข้าเป็นบาดแผลตามปกติทั่วๆไป อย่างมากเป็นเพียงรอยขีดบนผิวหนังเล็กๆ มีเลือดออกซิบๆ หรือบวมนูนเพราะรอยถูกฟันอย่างแรงให้แลเห็นเท่านั้น หรือใช้ปืนยิงไม่ดัง ไม่มีลูกปืนออกมาถูกตัว หรือถ้ามีเสียงหรือมีลูกปืนออกมาก็แคล้วคลาดไม่กระทบถูกร่างกายส่วนหนึ่งส่วนใด หรือถ้าหากกระทบถูกต้องร่างกายก็ไม่มีบาดแผลปรากฏแก่ร่างกาย นอกจากแก่เสื้อผ้าที่สวมใส่เป็นรอยถูกกระสุนไหม้เกรียมหรือเป็นรูขาดเท่านั้น)

เมื่อกินว่านเข้าไปแล้วให้มีกำลังวังชาเกิดขึ้นมากมาย มีใจฮึกเหิมไม่หวาดกลัวต่อบรรดาศาสตราวุธทั้งปวง สามารถต่อสู้เอาชนะคนหมู่มากที่รุมล้อมได้ ว่านบางชนิดทำให้คนปกติดีๆ ที่ไปถูกเข้าถึงกับเป็นง่อยเปลี้ยเสียขาไปก็มี บางชนิดมีพิษทำให้ถึงกับตายได้ก็มี ว่านบางชนิดทำให้เกิดเป็นเสน่ห์เมตตามหานิยมแก่ผู้มีว่านชนิดนั้นติดตัว ว่านบางชนิดทำให้เกิดเป็นเสนียดจัญไรได้ เช่นว่านดอกทอง บางชนิดใช้เป็นยารักษาโรคต่างๆ เช่น ว่านน้ำและว่านหางจระเข้ ว่านบางชนิดสามารถแสดงอิทธิฤทธิ์ลองพุ่งเป็นดวงในเวลากลางคืน นำเอาดวงหน้าคนปลูกไปแสดงด้วย เที่ยวเพ่นพ่านดังภูติผีปิศาจ เช่นว่านกระสือเป็นต้น

พระเครื่องหลวงปู่ทวด ที่นิยมใช้ว่านมาทำเป็นมวลสาร

ทั้งๆที่ว่านมีอิทธิฤทธิ์ดังกล่าวมาแล้วต่างๆ ก็ยังคงมีผู้สนใจศึกษาในเรื่องของว่านน้อยมาก ทั้งนี้เป็นเพราะขาดการเชื่อถือ และไม่มีผู้รู้ที่สามารถชี้ชัดลงไปว่าว่านชนิดใดมีรูปร่างลักษณะอย่างใดแน่ ขาดทั้งตัวอย่างสำหรับศึกษาตามหลักเกณฑ์ทางแผนปัจจุบัน ยิ่งในทางสรรพคุณแสดงอิทธิฤทธิ์ของว่านด้วยแล้ว ยิ่งหาผู้ทรงวิทยาคุณชี้ชัดว่าว่านอย่างนี้มีสรรพคุณทางยาอย่างใด มีอิทธิฤทธิ์อย่างใดให้แน่นอนยากมาก เพราะขาดผู้ชำนาญที่เคยใช้เคยทดลองหรือเคยพบเคยเห็น ส่วนมากมักพูดว่าเคยพบจากตำราหรือท่านว่าแต่อย่างเดียว ทั้งๆที่บรรดาว่านต่างๆ ได้ถูกท่านโบราณจารย์ผู้ทรงวิทยาคุณทางคาถาอาคมขลัง ได้รวบรวมบรรดาหัวว่านสำคัญต่างๆ ไว้อย่างน้อย ๑๐๘ อย่าง ทำเป็นผงผสมกับเกสรไม้หอม เช่น พิกุล บุนนาค มะลิ บัวทั้ง ๕ ประกอบด้วยผงวิเศษต่างๆ มีผงอิทธิเจ, ผงปถมัง, ผงตรีนิสิงเห, ผงมหาราช, ผงมหานิยม, ผง ณ หน้าทอง, ผงอิติปิโส ๑๐๘, ผงคัมภีร์, กาฝากมะนาว, กาฝากพุด, ไคลโบสถ์, ไคลเสมา, ชานหมากและของอื่นๆ อีกมากมายหลายอย่าง โดยนำเอามาบดให้ละเอียดระคนรวมกันผสมน้ำมันตังอิ้วปั้นเป็นแท่ง ทำแม่พิมพ์ประทับเป็นองค์พระพิมพ์รูปต่างๆ เมื่อแห้งสนิทแล้วจึงนำเข้าพิธีพุทธาภิเษก พร้อมด้วยพระอาจารย์ผู้ทรงวิทยาคุณมากรูปทำพิธีปลุกเสกคาถากำกับให้พระพิมพ์เหล่านั้นมีอิทธิฤทธิ์ต่างๆ ในทางอยู่ยงคงกระพันชาตรีบ้าง เป็นเมตตามหานิยมบ้าง เรียกกันว่าพระเครื่องเป็นต้น และที่พระเครื่องทรงความศักดิ์สิทธิ์ต่างๆ ก็ด้วยอภินิหารของว่านบันดาลช่วยเหลือเกื้อกูลพร้อมทั้งคาถาอาคมที่ประกอบเป็น ๒ แรงด้วยกัน โบราณว่า “อิทธิฤทธิ์ของว่านนั้นจะมีคงที่ตลอดไปได้ มักเป็นว่านที่ได้ปลูกติดต่อเป็นมรดกตกทอดมาจากบรรพบุรุษเป็นเวลานานหลายชั่วอายุคนมาแล้วโดยมาก เพราะผู้ปลูกเหล่านั้นทราบเคล็ดลับของการทำให้ว่านคงทรงอิทธิฤทธิ์อยู่โดยมิเสื่อมคลาย ส่วนว่านที่ขึ้นเองตามป่าเขาโดยธรรมชาตินั้นมักไม่ใคร่มีอิทธิฤทธิ์ทั้งๆ เป็นว่านชนิดเดียวกันอย่างเดียวกัน ในการนี้ถึงแม้จะได้นำเอาว่านมาปลูก ถ้ามิได้ระมัดระวังโดยปล่อยให้ว่านขึ้นและโรยราไปเองตามธรรมชาติ หรือปล่อยให้ว่านคงอยู่ในดินตลอดระยะเวลานานจนกว่าจะถึงฤดูฝนมาใหม่ ว่านก็จะผลิแตกต้นอีก แต่อิทธิฤทธิ์ของว่านนั้นจะจืดจางเสื่อมลงไปทุกที นานๆหลายฝนเข้าก็หมดฤทธิ์ไปเอง ทั้งนี้เป็นเพราะธาตุสาร (ปรอท) ในตัวว่านลืมต้น คือหนีออกไปจากต้นขณะเมื่อว่านโทรมในฤดูแล้ง ถ้าหากได้กู้ว่านขึ้นจากดินภายในเดือน ๑๒ วันอังคาร หรือภายในเดือนอ้าย วันพุธ ไม่เกินข้างขึ้นอ่อนๆเสียก่อนแล้ว (อย่าให้ว่านคงอยู่ในดินเลยพ้นถึงฤดูนกกาเหว่าหรือนกยูงร้องหาคู่) จึงจะไม่เสีย ถ้าปล่อยให้หัวว่านคงอยู่เลยกำหนดฤดูนี้ไป ว่านนั้น ก็จะเสื่อมอานุภาพลงไปเรื่อยๆ”

ว่านเสน่ห์ขุนแผน เมตตามหาเสน่ห์

ว่านมงคล ๑๐๘ ชนิดนั้น มีอานุภาพและสรรพคุณที่แตกต่างกันไป  อีกทั้งยังช่วยรักษาโรคภัยไข้เจ็บได้มากมาย ว่าน ๑๐๘ ถูกนำมาใช้ตั้งแต่สมัยโบราณ โดยผู้ที่จะไปออกรบนั้น จะทำพิธีอาบน้ำว่าน ๑๐๘ เพื่อความเป็นสิริมงคลอยู่ยงคงกระพัน และทำใ้ห้ฮึกเหิม มีขวัญกำลังใจมากขึ้น บางคนก็จะพกว่านที่มีอานุภาพในเรื่องอยู่ยงคงกระพันติดตัวไป หรือเคี้ยวกินไปด้วยในตอนออกรบ ว่าน ๑๐๘ นั้น ถูกใช้เลยมาจนถึงปัจจุบัน ทั้งใช้เป็นมวลสารในการสร้างวัตถุมงคล สร้างพระที่ดังๆมาก็หลายต่อหลายรุ่นแล้ว ส่วนคนที่ทำมาค้าขายก็จะนิยมน้ำมันว่าน ๑๐๘ หรือนำผงว่าน ๑๐๘ มาผสมกับน้ำแล้วให้พระปลุกเสกเพื่อเป็นน้ำมนต์มาพรมสินค้า และบริเวณบ้านที่อยู่อาศัย หรือนำน้ำมาอาบเพื่อความเป็นสิริมงคลต่อตนเอง ใครที่ไม่สะดวกก็หาซื้อหรือบูชาผงว่านที่ถูกปลุกเสกไปแล้ว นำมาผสมกับน้ำเพื่อเป็นน้ำมนต์

สมัยนี้ไม่ค่อยมีใครรู้จักว่าน ๑๐๘ นี้มากนัก ด้วยเพราะว่าว่านมงคลบางอย่างได้เหลือน้อยลดลงหรือหายากมาก จึงทำให้การนำว่านมงคล ๑๐๘ มารวมผสมกันนั้นยากมากขึ้น เว้นแต่จะมีการปลูกเอาไว้หรือเลี้ยงไว้ดูสวยงามเท่านั้น และสมัยนี้ผู้คนส่วนมากก็ไม่ค่อยนิยมเลี้ยงว่านเหมือนสมัยก่อนอีกด้วย ทำให้คนรุ่นใหม่ๆอย่างเรา ไม่ค่อยมีความรู้เกี่ยวกับอานุภาพของว่าน ๑๐๘ มากสักเท่าไหร่  
 
ว่านมงคลนั้นมีมากมายหลายชนิด  แล้วก็มีการแยกประเภทอีกมากมายหลายประเภทนัก  เช่นว่านประเภทมหาเสน่ห์จะเป็นที่นิยมเลี้ยงกันมาก เพราะเชื่อกันว่าจะทำให้ผู้เลี้ยงนั้นมีแต่คนชื่นชอบนับหน้าถือตา
 

ว่านที่วางขายอยู่ทั่วไปตามท้องตลาด

 
อานุภาพแห่งว่านมงคล ๑๐๘ ชนิดตามตำราโบราณ
 
๑. ว่านตระกูลกวัก ในตำราสมุดข่อยโบราณกล่าวไว้ว่า  มีอานุภาพทางด้านโชคลาภ เมตตามหานิยม ดีทางโภคทรัพย์ เป็นสิริมงคลต่อผู้ครอบครอง ประกอบด้วยว่านกวักพระพุทธเจ้าหลวง ว่านกวักนางพญาใหญ่ ว่านกวักนางพญาเล็กหรือว่านกวักนางพญามหาเศรษฐี  ว่านกวักมาคาวดีหรือว่านมหาโชค  ว่านกวักหงสาวดี  ว่านกวักแม่จันทร์  ว่านกวักโพธิ์เงิน  ว่านกวักทองใบ ว่านกวักเงินกวักทอง ว่านกวักเศรษฐีพญาบดินทร์  ว่านกวักนางพญาเผือก โดยเฉพาะว่านกวักนางพญาถือกันว่าเป็นว่านที่มีตระกูลสูง ส่งผลทางด้านอำนาจราชศักดิ์ เรียกอีกอย่างว่าว่านทรงยศทรงเกียรติ เป็นสง่าราศีแก่ผู้พบเห็น

๒. ว่านตระกูลเสน่ห์จันทร์ ซึ่งประกอบด้วยเสน่ห์จันทร์มหาโพธิ์  เสน่ห์จันทร์ขาว เสน่ห์จันทร์แดง เสน่ห์จันทร์เขียว เสน่ห์จันทร์หอม  เสน่ห์จันทร์ทอง  อานุภาพของว่านตระกูลเสน่ห์จันทร์จะเด่นทางด้านเสน่ห์เมตตามหานิยม เป็นที่รักเมตตาแก่ผู้พบเห็น โบราณใช้ทำนางกวักค้าขายดีมีโชคลาภ 

๓. ว่านตระกูลเศรษฐี เป็นว่านที่บ่งบอกในตัวเอง มีอานุภาพให้คุณทางด้านลาภผล เงินทอง โบราณกล่าวว่าผู้ใดได้ครอบครองจะเจริญด้วยฐานะ  บริบูรณ์ด้วยโภคทรัพย์  ข้าทาสบริวาร จัดเป็นตระกูลว่านที่นิยมอย่างยิ่ง  โบราณมักจะนำมาปลูกในกระถางที่มีค่า เช่นกระถางลายคราม ว่านตระกูลสูงอีกประเภทหนึ่งมีดังนี้  ว่านเศรษฐีเรือนนอก  ว่านเศรษฐีเรือนใน  ว่านเศรษฐีขอด (กอบทรัพย์) ว่านเศรษฐีด่าง ว่านเศรษฐีมงคล ว่านมหาเศรษฐี ว่านเศรษฐีจีน ว่านเศรษฐีญวน  ว่านเศรษฐีแขก ว่านเศรษฐีใบพาย ว่านเศรษฐีใบโพธิ์ ว่านเศรษฐีเรือนใหญ่ ว่านเศรษฐีเรือนแก้ว 
 
๔. ว่านโกเมน มีอานุภาพทางด้านเมตตามหานิยม มีโชคลาภ
 
๕. ว่านหม่องเล ว่านนี้ตามตำราพม่ากล่าวว่า มีอานุภาพเรียกเงินเรียกทองเข้าบ้าน เรียกมิตรมาหา ร้านค้าขายควรมีว่านชนิดนี้ไว้ครอบครอง 
 
๖. ว่านไก่กุก มีอานุภาพทางเสน่ห์เมตตานิยม  ซึ่งว่านนี้สมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี) แห่งวัดระฆังโฆสิตาราม ผู้สร้างพระสมเด็จอันลือชื่อ  ก็ได้ใช้ว่านนี้เป็นส่วนผสมในพระสมเด็จวัดระฆังที่ท่านสร้างด้วย
 
๗. ว่านไก่ฟ้าพญาแล มีอานุภาพทางด้านเมตตามหานิยม

๘. ว่านกำแพงเจ็ดชั้น มีอานุภาพทางด้านคุ้มครองป้องกันภัย กันและแก้คุณไสยภูตผีปีศาจ สิ่งอัปมงคลทั้งปวงไม่ให้กล้ำกราย 
 
๙. ว่านกระแจะจันทร์หงสา มีอานุภาพทางด้านเสน่ห์เมตตามหานิยม เป็นที่รักและเมตตาแก่ผู้พบเห็น
 
๑๐. ว่านคุ้มรจนา มีอานุภาพคุ้มครองปกป้องเคหะสถานบ้านเรือนให้อยู่ร่มเย็นเป็นสุข
 
๑๑. ว่านเครือสาวหลง เป็นว่านพิเศษที่มีลักษณะฝอยๆ ไม่มีลำต้น ไม่มีใบ จะเกาะอยู่ตามต้นไม้ขนาดใหญ่ในป่าลึก  มีกลิ่นหอมตลอดเวลา มีอานุภาพทางด้านเมตตามหานิยมสูงมาก  ซึ่งว่านนี้พระเทพรัตนกวี  เจ้าอาวาสวัดพระศรีรัตนมหาธาตุ ได้ให้พวกที่หาของป่านำมาวางขายในวัดช่วงงานประจำปี  ไปหามาจากป่าลึกทางภาคเหนือ
 
๑๒. ว่านเงินไหลมา มีอานุภาพเรียกเงินทองให้เข้ามาสู่เคหะสถานบ้านเรือน ทั้งยังคุ้มครองปกป้อง เป็นว่านนิยมมากของคนไทย
 
๑๓. ว่านเงาะถอดรูป มีอิทธิฤทธิ์เมตตามหานิยม เป็นที่รักเมตตาแก่ผู้พบเห็น ดีทางค้าขาย ประดุจเงาะถอดรูป ใครเห็นใครก็รัก แล้วยังมีอานุภาพเรียกลูกค้าเข้ามาสู่ร้านค้าอีกด้วย 

๑๔.ว่านช้างพลาย มีอานุภาพทางเมตตามหานิยม  เป็นสง่าราศี  ขับเสนียดจัญไร ศัตรูหมู่มาร เป็นเดชอำนาจบารมี 
 
๑๕. ว่านช้างดำ มีอานุภาพทางคุ้มครองป้องกัน เสมือนเกราะแก้วคุ้มกันและป้องกันไฟ เวทย์มนต์คาถาทำอันตรายไม่ได้ 
 
๑๖. ว่านญาณรังษี มีอานุภาพประดุจพุทธานุภาพแห่งพระพุทธองค์ หัวว่านนี้มีลักษณะชั้นๆ ๓ ชั้น  คล้ายพระพุทธรูปประทับนั่งบนรัตนะบัลลังก์
 
๑๗. ว่านถุงเงินถุงทอง มีอานุภาพทางด้านโภคทรัพย์ ประดุจถุงเงินถุงทองในเคหะสถานบ้านเรือน ดีทางโชคลาภและป้องกันคุณไสยต่างๆ 
 
๑๘. ว่านทองไหลมา เป็นว่านมงคลคู่กับว่านเงินไหลมา อานุภาพให้ผู้ครอบครองมีโชคลาภอยู่เป็นนิจ 
 
๑๙. ว่านเทพรำพึง เป็นเอกทางด้านเมตตามหานิยม เป็นสิริมงคลแก่ผู้ครอบครอง
 
๒๐. ว่านธรรมรักษา เป็นว่านสิริมงคล โน้มน้าวให้ประพฤติปฏิบัติอยู่ในศีลธรรม ป้องกันภัยพิบัติ 
 
๒๑. ว่านนางพญาหงส์ทอง เป็นว่านทางเมตตามหานิยม เจรจาสิ่งใดจะเป็นที่พอใจถูกอัธยาศัยกับผู้ที่พบเห็น
 
๒๒. ว่านนพมาศ เป็นว่านเก่าแก่ครั้งกรุงสุโขทัย  มีอานุภาพป้องกันเสนียดจัญไร คุ้มครองป้อง กันภัยพิบัติ เป็นสิริมงคล พร้อมพรั่งทางด้านเมตตานิยม เป็นสง่าราศี
 
๒๓. ว่านนเรศวร เป็นว่านที่ทรงอานุภาพด้านมหาอำนาจ ตบะเดชะ เป็นที่ยำเกรงต่อศัตรูหมู่มาร และคุ้มครองปกป้องเป็นเลิศ
 
๒๔. ว่านน้ำเต้าทอง เด่นทางเมตตาโชคลาภ ทั้งยังมีคุณทางด้านอยู่ยงคงกระพัน
 
๒๕. ว่านปัดตลอด อานุภาพทางด้านแคล้วคลาด ปราศจากอุปสรรค 
 
๒๖. ว่านปัญจะเศวตร มีอานุภาพด้านคุ้มครองปกป้อง เป็นตบะบารมี
 
๒๗. ว่านประกายเพชร ดีทางโชคลาภ  เป็นเสน่ห์มหานิยม เจริญด้วยโภคทรัพย์

๒๘. ว่านพญาหัวเสือ เด่นทางด้านอำนาจราชศักดิ์ เป็นตบะเดชะ นะจังงังและคงกระพันชาตรี

๒๙. ว่านพญากาเผือก เป็นว่านที่ดีทางเรียกโชคเรียกลาภ เด่นเป็นสง่า เมตตาหานิยม

๓๐. ว่านเพชรกลับดำ อานุภาพเด่นทางแคล้วคลาด ปกป้องจากสิ่งอัปมงคล ไปที่ใดปราศจากอันตราย และกลับถึงเคหะสถานได้เป็นอัศจรรย์

๓๑. ว่านเพชรหลีก ดีทางแคล้วคลาดจากภยันตราย ศาตราวุธทั้งปวง

๓๒. ว่านมหาอุตม์ มีอานุภาพทางด้านคงกระพันชาตรี เป็นว่านเก่าโบราณ

๓๓. ว่านมหาหงส์แดง เป็นว่านที่มีสิริมงคล คนโบราณมักพกพากับตัวเวลาเข้าหาเจ้านาย  ว่ากันว่าเป็นเสน่ห์มหานิยมยิ่งนัก

๓๔. ว่านมงคลชัย เป็นว่านที่มีสิริมงคลตามชื่อว่าน ศัตรูหมู่มารมิอยากเข้าใกล้ก็ด้วยอานุภาพแห่งชัยมงคลของว่านนี้

๓๕. ว่านวาสนาทางลาย เด่นทางโชคลาภวาสนา เจริญด้วยความสมบูรณ์พูนสุข

๓๖. ว่านแววมยุรา เป็นว่านที่มีสรรพคุณทางเมตตามหานิยม นำโชคลาภเป็นสิริมงคลแก่บ้านเรือนผู้ครอบครอง

๓๗. ว่านสาริกาลิ้นทอง มีอานุภาพทางเมตตามหานิยม โบราณใช้โขลกตำผสมกับสีผึ้งทาปาก เพื่อไปติดต่อเจรจาค้าขาย จะเป็นที่เมตตาและสำเร็จตามปรารถนา

๓๘. ว่านกระทู้เจ็ดแบก เป็นว่านเด่นทางคงกระพันชาตรี นักรบโบราณมักใช้ว่านนี้เวลาออกรบทัพจับศึก

๓๙. ว่านกำบัง มีอานุภาพป้องกันสรรพภัย คุณไสยเวทย์วิทยาคมที่ประสงค์ร้าย และแคล้วคลาดปราศจากเหตุร้าย

๔๐. ว่านกงจักรพระอินทร์ เป็นว่านดีทางอยู่ยงคงกระพัน เมตตามหานิยม มีอำนาจป้องปราบ ข้าศึกศัตรู

๔๑. ว่านขมิ้นขาวปัดตลอด ว่านนี้อยู่ที่ใดก็นำความเจริญมาสู่ที่นั่น ทั้งยังนำโชคลาภความเจริญ ความมีเมตตามหานิยม และความร่มเย็นเป็นสุขมั่งคั่งสมบูรณ์พูนผล เจริญในหน้าที่การงาน  ว่านนี้พระอาจารย์นองวัดทรายขาว พระเกจิอาจารย์ผู้สร้างพระหลวงพ่อทวดเนื้อว่านอันโด่งดังกล่าวไว้ว่า  ว่านนี่เป็นพญาว่าน  มีอานุภาพมาก  ท่านเคยนำไปสร้างพระหลวงพ่อทวดเนื้อขมิ้นขาว ปัจจุบันองค์ละหลายหมื่นบาท

๔๒. ว่านค้ำคูณ เป็นว่านดีทางเมตตามหานิยมแก่เคหะสถานบ้านเรือน ค้ำจุนชะตาชีวิต เพิ่มพูนพลัง

๔๓. ว่านเพชรหน้าทั่ง เป็นว่านเสน่ห์เมตตามหานิยมและคงกระพันชาตรี

๔๔. จ่าว่าน เป็นว่านอานุภาพสูง  มีสรรพคุณคุมกำลังว่านต่างๆ ให้ทรงด้วยอานุภาพ  ป้องกันเสนียดจัญไรพิษร้ายต่างๆ

๔๕. ว่านจังงัง เป็นเมตตามหานิยม เป็นที่รักใคร่เมตตาแก่ศัตรูหมู่มาร  ทำให้ไม่กล้าคิดร้าย อำนาจของว่านจะทำให้ศัตรูเกิดจังงัง

๔๖. ว่านดาบหลวง เป็นว่านที่มีอำนาจป้องกันฟ้าผ่า ป้องกันอันตรายแคล้วคลาดเป็นเยี่ยม เป็นตบะเดชะและเสน่ห์เมตตามหานิยมแก่ผู้พบเห็น

๔๗. ว่านฤษี ดีทางเสน่ห์เมตตามหานิยมยอดเยี่ยม เข้าหาเจ้านายดียิ่งนัก

๔๘. ว่านถอนโมกขศักดิ์ ใช้ดีทางด้านแก้ถอนคุณไสย ยาเบื่อเมาทุกประเภท

๔๙. ว่านเถาวัลย์หลง ดีทางเจรจาพาที เป็นที่เมตตามหานิยม กลับจากโกรธเป็นรักเมตตา เปลี่ยนร้ายให้กลายเป็นดี

๕๐. ว่านเทพรัญจวน ให้ในทางเมตตามหานิยม เป็นที่รักเมตตาต่อผู้พบเห็น 

๕๑. ว่านนางล้อม เป็นว่านมหามงคล  ป้องกันสรรพสัตว์ทั้งปวงและศัตรูหมู่มาร เมื่อเกิดเรื่องราวใดจะได้รับชัยชนะเสมอ
                                             
๕๒. ว่านนางคุ้ม มีอานุภาพป้องกันไฟและคุ้มกันภยันตรายต่างๆ โบราณกล่าวว่าว่านนางคุ้มมีไว้คุ้มครองบ้านเรือน เสมือนมีเกราะเพชรไว้ป้องกันภัยถึง 7 ชั้น 

๕๓. ว่านปลาไหลม่วง เป็นว่านแก้คุณไสยลมเพลมพัด กันอัปมงคลต่างๆ 

๕๔. ว่านเพ็ชรนารายณ์ เป็นว่านตระกูลสูง มีอำนาจตบะเดชะ เพิ่มพูนบารมีและเจริญด้วยยศถาบรรดาศักดิ์                                                                              

๕๕. ว่านเพ็ชรกลับ ว่านนี้มีอานุภาพอยู่ยงคงกระพัน เป็นว่านป้องกันการถูกคุณไสยและแก้อาถรรพ์ ป้องกันอุบัติเหตุ เป็นมงคลแก้วคุ้มครองป้องกันทั้งไปและกลับให้ปราศจากอันตราย 

๕๖. ว่านพัดโบก เป็นว่านมหามงคลสูงพร้อมด้วยเมตตามหานิยม โบราณว่าว่านนี้อยู่บ้านใดจะได้ลาภมหาศาล  นำความร่มเย็นเป็นสุขมาสู่บ้านเรือน 

๕๗. ว่านไพรปลุกเสก อานุภาพเกิดลาภผลความอุดมสมบูรณ์พูนสุขเจริญรุ่งเรือง ทั้งยังแก้คุณไสย ขับภูติผีปีศาจ 

๕๘. ว่านพุทธกวัก ว่านนี้ดีทางเมตตาและทางการค้า เป็นสิริมงคลแก่สถานที่และผู้ครอบครอง 

๕๙. ว่านนางพญาห้าร้อย มีสรรพคุณทางเสน่ห์เมตตามหานิยม เป็นที่ชื่นชอบในหมู่ชน 

๖๐. ว่านพญาจงอาง อานุภาพด้านกันงูและสัตว์มีพิษ ตลอดจนสรรพภัยทุกชนิดไม่ให้กล้ำกราย

๖๑. ว่านพระฉิม เป็นสิริมงคลอุดมด้วยโภคทรัพย์และคงกระพันชาตรี 

๖๒. ว่านพะตะบะ ใช้กันภูตผีปีศาจมีอานุภาพสูงมาก วิญญาณต่างๆ จะไม่เข้าใกล้ แต่เทพยดาอารักษ์จะรู้จักว่านชนิดนี้ดี 

๖๓. ว่านพรายแก้ว เป็นว่านคงกระพันชาตรี เป็นเสน่ห์มหานิยมสำหรับร้านค้าขาย 

๖๔. ว่านมหานิยม ตรงตามชื่อเป็นเมตตามหานิยมสิริมงคลต่อผู้ครอบครอง 

๖๕. ว่านแม่ทัพ มีอานุภาพทางคงกระพันชาตรี เพิ่มพูนตบะเดชะ อำนาจบารมี 

๖๖. ว่านมหาเมฆ เป็นว่านนิยมมาตั้งแต่โบราณ ดีทางคงกระพันชาตรี เป็นตบะเดชะ 
 
๖๗. ว่านมหาปราบ
ดีทางฤทธิ์และอำนาจ อยู่ยงคงกระพัน ป้องกันภูติผีปีศาจได้ดียิ่งนัก 

๖๘. ว่านมรกต ดีทางคงกระพันชาตรี เป็นตบะเดชะ 

๖๙. ว่านมหาเสน่ห์ ดีทางเสน่ห์เมตตามหานิยม เป็นว่านมีอานุภาพชั้นสูง ดึงดูดจิตใจผู้คน ใช้ทางค้าขาย มีสรรพคุณเป็นเลิศ 

๗๐. ว่านมหาอุดม เป็นว่านมหานิยมสูงมาก  เป็นที่รักใคร่เมตตาแก่ผู้ที่พบเห็น

๗๑. ว่านมหาจักรพรรดิ ดีทางเมตตามหานิยม  มีอิทธิฤทธิ์ทางคุ้มครองเคหะสถานบ้านเรือน ป้องกันเสนียดจัญไร  อีกชื่อคือว่านอรหันต์แปดทิศ 

๗๒. ว่านมหากวัก อานุภาพสิริมงคล  ส่งเสริมกิจการธุรกิจการค้าให้เจริญก้าวหน้า  เข้าเจรจากับผู้ใหญ่เป็นที่รักของผู้คน โบราณเอาว่านนี้แช่น้ำมนต์ประพรมร้านค้าจะค้าขายดีมาก 

๗๓. ว่านรางจืดเถา มีอานุภาพทางถอนพิษ  ถอนยาสั่ง  โบราณว่าว่านนี้มีค่า 5,000 ตำลึงทอง ดังนั้นต้องเป็นว่านที่ไม่ธรรมดา 

๗๔. ว่านภควัมบดี มีอานุภาพเป็นศรีสง่า เสริมสิริมงคล  นำโชคลาภ  บันดาลให้เจริญด้วยโภคทรัพย์  มีความอุดมสมบูรณ์และอยู่เย็นเป็นสุข 

๗๕. ว่านศรนารายณ์ มีอานุภาพทางคงกระพันชาตรีและเมตตามหามงคล 

๗๖. ว่านสามพันตึง มีอานุภาพทางอยู่ยงคงกระพันชาตรีต่อศัตราวุธทั้งปวง 

๗๗. ว่านสามกษัตริย์ เป็นเมตตามหานิยมผู้คนรักใคร่  และมีความเจริญรุ่งเรือง 

๗๘. ว่านสาวหลง เป็นว่านที่ทรงคุณค่าทางด้านเมตตามหานิยมอย่างสูงสุด  โบราณกล่าวว่า ว่านนี้ไม่เป็นเสนียดจัญไร  มีอานุภาพสูงล้ำเกิดเสน่ห์เมตตาเจรจากับใครไม่มีรังเกียจ  ทั้งยังเป็นว่านที่ดีทางโภคทรัพย์  พกไว้เงินจะไม่ขาดกระเป๋า  

๗๙. ว่านเหล็กไหล ดีทางด้านคงกระพันชาตรี  มีตบะเดชะ 

๘๐. ว่านพัดแม่ชี มีอานุภาพสูงทางด้านปัดเป่าสิ่งอัปมงคล  ป้องกันอำนาจคุณไสยและผู้ที่คิด ร้าย  ว่านนี้ใช้ถอนคุณไสยได้ 

๘๑. ว่านอุมาวดี มีอานุภาพบันดาลให้ประสบโชคลาภ  ความร่มเย็นเป็นสุข 

๘๒. ว่านกวักพระพรหม เป็นว่านที่มีอานุภาพสูง  นำโชคลาภความร่มเย็นเป็นสุขมาสู่เคหะสถานบ้านเรือน  เจริญรุ่งเรืองและคุ้มครองป้องกันภัยอันตรายได้อย่างดีเยี่ยม 

๘๓. ว่านกระบี่ทอง มีสรรพคุณทางคงกะพันชาตรี  

๘๔. ว่านกุมารทอง มีสรรพคุณทางด้านคงกระพันชาตรี  ค้าขายดีมีกำไร  เป็นสิริมงคลทั้งยังมีอำนาจมีเทวดารักษาคุ้มครอง 

๘๕. ว่านกาสัก มีอานุภาพทางคงกระพันชาตรี  แคล้วคลาดปลอดภัย 

๘๖. ว่านกบ เป็นว่านมีเทพรักษา  มีอานุภาพทางด้านคงกระพันชาตรี  ป้องกันไม่ให้ภัยพิบัติมาแผ้วพาล 

๘๗. ว่านขมิ้นขาวเสน่ห์ ดีทางด้านเมตตามหานิยม  ทั้งยังเป็นเมตตามหานิยม 

๘๘. ว่านเขียวพันปี ให้คุณทางด้านเมตตามหานิยม 

๘๙. ว่านพระยาค่าง ให้คุณทางด้านคงกระพันชาตรี 

๙๑. ว่านเฉลิม ตำราว่านกล่าวว่าว่านนี้ดีทางเมตตามหานิยม  คนเห็นคนรักคนชอบ 

๙๑. ว่านเณรแก้ว เป็นเมตตามหานิยมและคงกระพันชาตรี  

๙๒. ว่านรางเงิน เป็นสิริมงคลและเมตตามหานิยมโชคลาภ 

๙๓. ว่านรางทอง เป็นสิริมงคลและเมตตามหานิยมโชคลาภ 

๙๔. ว่านรางนาค เป็นสิริมงคลและเมตตามหานิยมโชคลาภ 

๙๕. ว่านสิทธิโชค เป็นว่านที่มากด้วยสรรพคุณทางเมตตามหานิยม  ทำให้ประสบโชคลาภ 

๙๖. ว่านแสนนางล้อม เป็นว่านที่มีสิริมงคลและป้องกันอัคคีภัยได้ 

๙๗. ว่านเสือสามทุ่ง มีอานุภาพทางด้านบารมี  ปกป้องคุ้มครอง  เป็นตบะเดชะอำนาจ 

๙๘. ว่านปู่โสมเฝ้าทรัพย์ มีอำนาจเดชบารมี อยู่ที่ใดมักมีทรัพย์สมบัติมิได้ขาด 

๙๙. ว่านแสงอาทิตย์ มีอิทธิฤทธิ์อำนาจ  ความร่มเย็นเป็นสุข 

๑๐๐. ว่านสบู่เหล็ก มีสรรพคุณทางคงกระพันชาตรี 

๑๐๑. ว่านหอมดำ เป็นว่านมีอานุภาพทางคงกระพันชาตรี 

๑๐๒. ว่านหางเสือ มีอานุภาพทางด้านป้องกันภูติผีปีศาจและคุณไสยต่างๆ 

๑๐๓. ว่านพญาหงส์เงิน ดีทางด้านเมตตามหานิยมและเดชอำนาจ 

๑๐๔. ว่านลิ้นกระทิงลาย ดีทางเมตตามหานิยมและคงกระพันชาตรี  ป้องกันอันตรายจากหมู่มาร

๑๐๕. ว่านกลิ้งกลางดง มีสรรพคุณทางด้านคงกระพันชาตรี  

๑๐๖. ว่านสบู่เลือด ดีทางด้านคงกระพันชาตรี  โบราณนิยมมาสร้างพระ เช่น พระผงน้ำมันวัดชนะสงคราม 

๑๐๗. ว่านท้าวชมพู ดีทางคงกระพันชาตรี 

๑๐๘. ว่านชมพูหนังแห้ง ดีทางคงกระพันชาตรี  ป้องกันศัตราวุธ  เป็นว่านที่ดีมาก
 

ขอขอบคุณข้อมูลดีๆจาก: www.banvanthai.com

 

CMS OpenCart
ร้านภพพระ (คุณแมน) © 2017 |TH by Opencart2004