คลังความรู้
ทำเนียบพระเกจิคณาจารย์
พระพุทธรูปที่สำคัญ
ปางพระพุทธรูป
 ตำนานเทพเจ้า เทวดา ฤาษี
 เครื่องรางของขลัง
 ห้องภาพเก่าในอดีต
 พระเครื่องประจำวันเกิด
 จัดตั้งหิ้งพระอย่างถูกต้อง
 ต้นกำเนิดพระเครื่อง
 จำเป็นไหมที่ต้องใส่พระ
 เนื้อมวลสารพระเครื่อง
 รูปทรงของพระเครื่อง
 การเลือกพระเครื่องมาบูชา
 เทคนิคการดูพระเบื้องต้น
ห้อยพระกี่องค์ดี
คล้องพระร่วมกับอย่างอื่น
สิ่งที่ไม่ควรทำเมื่อสวมพระ
 ใส่พระแต่เผลอลอดราวผ้า
ใส่พระอาบน้ำจะบาปไหม
ท่องคาถาผิดพระเสื่อมไหม
 ไม่ใช่พระแต่ปลุกเสกพระ
 พระดีจะต้องแพงหรือเปล่า
 พุทธพาณิชย์คืออะไร
ทำไมต้องปลอมพระ
 พระที่แตกหักทำอย่างไร
 พระเครื่อง ที่ใช้ทำน้ำมนต์
 พระที่ใส่แล้วมีโชค ร่ำรวย
 พระกรุคืออะไร
 พระปิดตาคืออะไร
 พระกริ่งคืออะไร
 พระเครื่องชุดเบญจภาคี
 พระชุด ๒๕ พุทธศตวรรษ
 ชินราชอินโดจีน
 พระเครื่องหลวงปู่ทวด
 ว่าด้วยเรื่องยันต์
การสักยันต์
 เรื่องราวของกุมารทอง
 ไสยศาสตร์ และมนต์ดำ
ทำความสะอาดพระเครื่อง
 เลี่ยมกรอบพระแบบไหนดี
 การเลือกกล้องส่องพระ
 เรื่องเล่าวงการพระ
 คำศัพท์ในวงการพระเครื่อง
 สนามพระทั่วไทย
 กฎหมายกับพระเครื่อง
 ของมงคลของชาวจีน
 หิน อัญมณี แร่มหัศจรรย์
ว่านไม้มงคล ๑๐๘
 ศาสตร์ของฮวงจุ้ย
 โหงวเฮ้ง(นรลักษณ์ศาสตร์)
 เลขศาสตร์ อิทธิพลต่อชีวิต
ลางสังหรณ์ และความเชื่อ
ความฝัน บอกอะไรกับเรา
พลังแห่งจิตใต้สำนึก
 มองเมืองไทยในอดีต
 ของเก่าของสะสมทั่วโลก

ปางพระพุทธรูป

(5) ที่ชื่นชอบ
   
(1270) เปิดดู

ขออภัยกำลังปรับปรุง..!!! ข้อมูลบางอย่างอาจยังไม่ถูกต้อง

 
พระพุทธรูป ปางถวายเนตร
 
หลังจากที่พระบรมโพธิสัตว์ได้บรรลุอนุตรสัมมาสัมโพธิญาณ ตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้าแล้ว ได้ประทับเสวยวิมุตติสุข (สุขที่เกิดจากความหลุดพ้น) ณ ใต้ต้นพระศรีมหาโพธิ์ ๗ วัน จากนั้นเสด็จไปทรงยืนอยู่กลางแจ้ง ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือของต้นพระศรีมหาโพธิ์ ทรงทำอุปหาร คือ ยืนทอดพระเนตรต้นศรีมหาโพธิ์ สถานที่เสด็จมาทรงยืนทอดพระเนตรต้นพระศรีมหาโพธิ์นั้นได้นามว่า อนิมิสเจดีย์
 
พระพุทธรูป ปางมารวิชัย
 
พระพุทธรูป ปางสมาธิ
 
พระพุทธรูป ปางขัดสมาธิเพชร
 
พระพุทธรูป ปางลีลา
 

พระพุทธรูป ปางเปิดโลก

เมื่อครบกำหนด ๓ เดือน ที่พระสัมพุทธเจ้าเสด็จขึ้นไปจำพรรษาโปรดพุทธมารดา จึงเสด็จลงจากสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ พระพุทธองค์ทรงทำโลกวิวรณปาฏิหาริย์ คือ ทรงเปิดโลกทั้ง ๓ อันได้แก่ เทวโลก ยมโลก และมนุษยโลก ให้มองเห็นถึงกันหมดด้วยพุทธานุภาพ เหล่าเทวดาในสวรรค์มองเห็นมนุษย์และสัตว์นรก มนุษย์มองเห็นเทวดาและสัตว์นรก สัตว์นรกมองเห็นมนุษย์และเทวดา แล้วจึงเสด็จลีลาลงจากสวรรค์ชั้นดาวดึงส์สู่สังกัสสนคร ในวันแรม ๑ ค่ำ เดือน ๑๑

 

พระพุทธรูป ปางอุ้มบาตร

เมื่อพระพุทธเจ้าได้แสดงเวสสันดรชาดกโปรดพระประยูรญาติแล้ว พระประยูรญาติต่างถวายนมัสการทูลลากลับสู่พระราชสถานที่พักของตน แต่ไม่มีใครทูลนิมนต์พระพุทธองค์ให้รับภัตตาหารเช้าเลย โดยเข้าใจเอาเองว่า คงเสด็จไปเสวยภัตตาหารในพระราชนิเวศน์ ในวันรุ่งขึ้นพระพุทธองค์ทรงทราบด้วยพระญาณว่าพระพุทธเจ้าในอดีตเมื่อเสด็จมาประทับ ณ พระนครของพุทธบิดา ตามพุทธประเพณีได้เสด็จบิณฑบาตเพื่อโปรดมหาชน พระพุทธองค์จึงเสด็จออกบิณฑบาตตามพุทธประเพณี และมีความปีตียินดีประณมหัตถ์นมัสการ นับเป็นครั้งแรกที่ชาวเมืองกบิลพัสดุ์ได้เห็น พระบรมศาสดาทรงอุ้มบาตร เสด็จพระพุทธลีลาโปรดประชาสัตว์ เป็นการเพิ่มพูนความปีติ โสมนัส พระพุทธจริยาตอนนี้เป็นเหตุให้พุทธบริษัทสร้างพระพุทธรูป เรียกว่า ปางอุ้มบาตร

 
 

พระพุทธรูป ปางรำพึง

 

พระพุทธรูป ปางไสยาสน์

 
 
พระพุทธรูป ปางป่าเลไลย์
 
พระพุทธรูป ปางนาคปรก
 

พระพุทธรูป ปางห้ามญาติ

ครั้งหนึ่งเมื่อเหล่ากษัตริย์ตระกูลศากยวงศ์ พระญาติฝ่ายพุทธบิดา และเหล่ากษัตริย์ตระกูลโกลิยวงศ์ พระญาติฝ่ายพุทธมารดา เกิดการทะเลาะวิวาทกันเพราะเรื่องแย่งน้ำในแม่น้ำโรหิณี เนื่องจากฝนแล้งน้ำไม่เพียงพอ ทำให้การทะเลาะวิวาทลุกลามไป จนเกือบกลายเป็นศึกสงครามระหว่างกัน พระพุทธเจ้าทรงทราบเหตุด้วยพระญาณ จึงเสด็จไปห้ามสงคราม โดยตรัสให้เห็นถึงความไม่สมควรที่กษัตริย์ต้องมาฆ่าฟันกันด้วยสาเหตุเพียงแค่การแย่งน้ำเข้านา และได้ตรัสเตือนสติว่า ระหว่างน้ำกับความเป็นพี่น้อง อะไรสำคัญยิ่งกว่ากัน ทั้งสองฝ่ายจึงได้สติ คืนดีกัน และขอพระราชทานอภัยโทษต่อเบื้องพระพักตร์พระพุทธองค์

 
 
พระพุทธรูป ปางห้ามสมุทร
 
ในครั้งที่พระพุทธเจ้าเสด็จไปประกาศพระศาสนายังตำบลอุรุเวลาเสนานิคม แคว้นมคธ ของพระเจ้าพิมพิสาร ทรงขอประทับแรมอยู่ในสำนักของอุรุเวลกัสสปะ ผู้เป็นหัวหน้าชฎิล (ฤษี ผู้บูชาไฟ) ซึ่งเป็นที่เลื่อมใสของประชาชนในแคว้นมคธ ทรงแสดงอิทธิปาฏิหาริย์นานัปการเพื่อทรมาน ฤษีอุรุเวลกัสสปะให้คลายความพยศลง ในครั้งที่น้ำท่วม พระองค์ทรงทำปาฏิหาริย์ห้ามน้ำที่ไหลบ่ามาจากทุกสารทิศมิให้เข้ามาในที่ประทับ และเสด็จจงกรมภายในวงล้อมที่มีน้ำเป็นกำแพง พวกเหล่าชฎิลพายเรือมาดู เห็นเป็นอัศจรรย์ จึงยอมรับในอานุภาพของพระพุทธองค์ และขออุปสมบทเป็นพระภิกษุ
 

พระพุทธรูป ปางประทานอภัย

พระเจ้าอชาตศัตรู พระราชโอรสของพระเจ้าพิมพิสาร แห่งกรุงราชคฤห์ ถูกพระเทวทัตยุยงให้ปลงพระชนม์พระราชบิดา แล้วขึ้นครองราชแทน พระเจ้าอชาตศัตรูยังทรงช่วยสนับสนุนพระเทวทัต ส่งนายขมังธนูไปปลงพระชนม์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า แต่ไม่สำเร็จ ภายหลังจากที่พระมเหสีคลอดพระราชโอรสจึงมีความดีใจเป็นล้นพ้น และสำนึกตัวว่าได้ทำบาปมหันต์ที่ปลงพระชนม์ชีพพระราชบิดา จึงเสด็จมาสารภาพความผิดและขอพระราชทานอภัยโทษกับพระพุทธองค์ ขอถึงพระรัตนตรัยเป็นที่พึ่งและทรงบำรุงพระพุทธศาสนา และอุปถัมภ์ในการทำสังคายนาพระไตรปิฎก ครั้งที่ ๑

 

พระพุทธรูป ประทานพร

 

พระพุทธรูป ปางปัจจเวกขณ์

 

พระพุทธรูป ปางทุกรกิริยา

 

พระพุทธรูป ปางโปรดสัตว์

 

พระพุทธรูป ปางรับมธุปายาส

 

พระพุทธรูป ปางเสวยมธุปายาส

 

พระพุทธรูป ปางฉันสมอ

เมื่อครั้งพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเสด็จออกจากร่มไม้จิกแล้ว ก็เสด็จไปประทับเสวยวิมุตติสุข ณ ร่มไม้เกด ซึ่งอยู่ทางทิศใต้ของต้นพระศรีมหาโพธิ์ เป็นเวลา ๗ วัน แล้วจึงทรงออกจากสมาธิ ท้าวสักเทวราชทรงทราบว่านับแต่พระพุทธองค์ตรัสรู้มา ๗ สัปดาห์ รวม ๔๙ วัน มิได้เสวยภัตตาหารเลย จึงนำผลสมออันเป็นทิพยโอสถจากเทวโลกมาน้อมถวาย พระพุทธองค์จึงเสวยผลสมอทิพย์นั้น แล้วทรงบ้วนพระโอษฐ์ด้วยน้ำที่ท้าวสักกเทวราชถวาย จากนั้นเสด็จประทับ ณ ร่มไม้เกดตามเดิม

 

พระพุทธรูป ปางประสานบาตร

หลังจากพระพุทธเจ้า ตรัสรู้แล้ว ๔๙ วัน พ่อค้าสองพี่น้องชื่อ ตปุสสะและภัลลิกะ ได้รับคำแนะนำจากเทวดาซึ่งเคยเป็นญาติกับพ่อค้าทั้งสองในอดีตชาติ ให้นำภัตตาหารน้อมถวายแด่พระพุทธองค์ เพื่อประโยชน์สุขแก่ทั้งสองสิ้นกาลนาน เมื่อตปุสสะและภัลลิกะเห็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้าประทับอยู่ ณ ร่มไม้เกด ต่างมีจิตเลื่อมใสศรัทธา จึงเข้าไปทำการอภิวาทและถวายข้าวสัตตุก้อนสัตตุผง พระพุทธองค์มีพระประสงค์จะรับ แต่บาตรที่ฆฏิการพรหมถวายในวันเสด็จออกบรรพชาได้อันตรธานไป ท้าวจตุโลกบาลทั้ง ๔ จึงได้เหาะนำบาตรศิลามาถวายองค์ละใบ พระองค์จึงทรงประสานบาตรทั้ง ๔ ใบนั้นเป็นใบเดียวกัน แล้วใช้รับข้าวสัตตุก้อนสัตตุผง

 

พระพุทธรูป ปางรับสัตตูก้อนสัตตูผง

พระพุทธเจ้าทรงรับข้าวสัตตุก้อนสัตตุผงจากตปุสสะและภักลิกะ พ่อค้าสองพี่น้องชาวอุกกละชนบท ที่ได้นำมาถวายด้วยความเลื่อมใส เมื่อทรงทำภัตกิจเสร็จแล้ว พ่อค้าทั้งสองประกาศตนเป็นอุบาสกที่รับเข้าถึงพระพุทธและพระธรรมเป็นที่พึ่งนับถือสูงสุดในชีวิต เพราะขณะนั้น ยังไม่มีพระสงฆ์บังเกิดขึ้น ถือเป็นเทววาจิกอุบาสก นับเป็นอุบาสกคู่แรกในโลก

 

พระพุทธรูป ปางพระเกศธาตุ

หลังจากที่ตปุสสะและภัทลิกะ (ผู้ที่ถวายสัตตูก้อนสัตตูผง) ได้ขอถึงพระพุทธและพระธรรมว่าเป็นที่พึ่งสูงสุดในชีวิต ถือเป็นปฐมอุบาสกในพระพุทธศาสนาแล้ว ได้ทูลขอสิ่งใดสิ่งหนึ่งที่ควรค่าแก่การอภิวาทต่างองค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้าไว้บูชา พระพุทธองค์ทรงลูบพระเศียรเกล้าด้วยพระหัตถ์ขวา มีพระเกศา ๘ เส้น อยู่บนฝ่าพระหัตถ์ จึงโปรดประทานพระเกศาทั้ง 8 เส้นนั้นแก่พ่อค้าทั้งสอง โดยแบ่งให้คนละครึ่ง (๔ เส้น) เมื่อกราบบังคมลาไปสู่บ้านเมืองของตนแล้ว พ่อค้าทั้งสองได้สร้างพระสถูปบรรจุพระเกศาไว้เป็นที่สักการบูชาแก่มหาชน

 

พระพุทธรูป ปางปฐมเทศนา

 

พระพุทธรูป ปางขอฝน

ในสมัยหนึ่งนครสาวัตถี แคว้นโกศล เกิดความแห้งแล้ง ฝนฟ้าไม่ตกต้องตามฤดูกาล พืชผลได้รับความเสียหาย ประชาชนขาดแคลนน้ำอุปโภคบริโภค สระโบกขรณี (สระบัว) ภายในพระเชตวันมหาวิหารก็แห้งขอดติดก้นสระ พระพุทธเจ้า มีพระประสงค์จะอนุเคราะห์แก่มหาชน พระพุทธองค์ทรงผ้าวัสสิกสาฎก (ผ้าอาบน้ำฝน) แล้วเสด็จไปประทับ ณ บันไดสระ ยกพระหัตถ์ขวาขึ้นกวักเรียกฝน พระหัตถ์ซ้ายรองรับน้ำฝน ทันใดนั้นบังเกิดมหาเมฆตั้งเค้าขึ้นพร้อมกัน ในทุกทิศานุทิศ ด้วยพุทธานุภาพและพระมหากรุณาต่อสรรพสัตว์ทั้งหลาย ฝนได้ตกลงมาเป็นอัศจรรย์

 

CMS OpenCart
ร้านภพพระ (คุณแมน) © 2017 |TH by Opencart2004