คลังความรู้
ต้นกำเนิดพระเครื่อง
จำเป็นไหมที่ต้องใส่พระ
เลือกพระเครื่องมาบูชา
พระดีจะต้องแพงหรือเปล่า
พระเครื่องประจำวันเกิด
พระที่ใส่แล้วมีโชค ร่ำรวย
ห้อยพระกี่องค์ดี
สิ่งที่ไม่ควรทำเมื่อสวมพระ
คล้องพระร่วมกับอย่างอื่น
ใส่พระอาบน้ำจะบาปไหม
ใส่พระแต่เผลอลอดราวผ้า
ท่องคาถาผิดพระเสื่อม
พระที่แตกหักทำอย่างไร
พระเครื่องที่ใช้ทำน้ำมนต์
พุทธพาณิชย์คืออะไร
ทำไมต้องปลอมพระ
เทคนิคการดูพระเบื้องต้น
เนื้อมวลสารพระเครื่อง
รูปทรงของพระเครื่อง
ไม่ใช่พระแต่ปลุกเสกพระ
การเลือกกล้องส่องพระ
เลี่ยมกรอบพระแบบไหนดี
ทำความสะอาดพระเครื่อง
พระปิดตาคืออะไร
พระกริ่งคืออะไร
ปางพระพุทธรูป
จัดตั้งหิ้งพระอย่างถูกต้อง
ว่าด้วยเรื่องยันต์
การสักยันต์
เรื่องราวของกุมารทอง
ไสยศาสตร์ และมนต์ดำ
เรื่องเล่าวงการพระ
คำศัพท์วงการพระเครื่อง
สนามพระทั่วไทย
กฎหมายกับพระเครื่อง
หิน อัญมณี แร่มหัศจรรย์
ว่านไม้มงคล ๑๐๘
ศาสตร์ของฮวงจุ้ย
โหงวเฮ้งคืออะไร
อิทธิพลเลขศาสตร์
ลางสังหรณ์ และความเชื่อ
ความฝัน บอกอะไรกับเรา
พลังแห่งจิต อภิญญา
มองเมืองไทยในอดีต
ห้องภาพเก่าในอดีต
ของเก่าของสะสมทั่วโลก

บัว ๔ เหล่า

(5) ชื่นชอบ
   
(1216) เข้าชม

เมื่อครั้งที่พระพุทธเจ้าได้ทรงตรัสรู้แล้ว แต่เนื่องจากพระธรรมที่พระองค์ทรงบรรลุนั้นมีความละเอียดอ่อน สุขุมคัมภีรภาพ ยากต่อบุคคลจะรู้ เข้าใจและปฏิบัติได้ ทรงเกิดความท้อพระทัยว่าจะไม่แสดงธรรมโปรดมหาชน ต่อมาท่านได้ทรงพิจารณาอย่างลึกซึ้ง แล้วทรงเห็นว่าบุคคลในโลกนี้มีหลายจำพวก บางพวกสอนได้ บางพวกสอนไม่ได้ เปรียบเสมือนบัว ๔ เหล่า ดังนั้นแล้วจึงดำริที่จะแสดงธรรมเพื่อมวลมนุษยชาติต่อไป โดยแบ่งเป็นบุคคล ๔ ประเภท หรือ ๔ กลุ่ม แยกตามระดับในทางธรรม ดังนี้
 ๑. บัวพ้นน้ำ หมายถึง บุคคลที่มีศีลธรรมประจำใจครบถ้วนสมบูรณ์ อย่างน้อยก็มีศีล ๕ ครบทุกข้อ มีความบริสุทธิ์ในจิตใจพอสมควร ปฏิบัติทั้งทาน ศีล ภาวนา หรือ ศีล สมาธิ ปัญญาครบถ้วนในองค์ ๓ มีโอกาสบรรลุธรรม ถึงมรรคผลนิพพานได้ไม่ยาก ถ้ามีความเพียรพยายามปฏิบัติต่อเนื่อง สม่ำเสมอไม่ท้อถอย เปรียบเสมือนดอกบัวที่อยู่พ้นน้ำ เมื่อต้องแสงอาทิตย์ก็เบ่งบานทันที (อุคฆฏิตัญญู)
 ๒. บัวปริ่มน้ำ หมายถึง บุคคลที่มีศีลธรรมประจำใจพอสมควรแล้ว ศีล ๕ อาจจะครบบ้างไม่ครบบ้าง มีโอกาสทำบุญทำทาน ทำกุศลต่างๆบ่อย แต่อาจจะยังไม่ได้ลงมือปฏิบัติธรรม สมาธิภาวนา พวกนี้ถ้าได้พบผู้แนะนำที่ดี เขาก็สามารถพัฒนาจิตใจขึ้นไปเป็นกัลยาณชน ผู้เจริญแล้วได้ไม่ยากเลย
เปรียบเสมือนดอกบัวที่อยู่ปริ่มน้ำซึ่งจะบานในวันถัดไป (วิปจิตัญญู)
 ๓. บัวใต้น้ำ หมายถึง บุคคลที่มีสติปัญญาน้อย พวกนี้ยังพอมีศีลอยู่บ้างเป็นบางข้อ ดีบ้างชั่วบ้างปะปนสลับกันไป ถ้าพวกนี้มีโอกาสพบครูบาอาจารย์ หรือกัลยาณมิตรที่ดี แนะนำให้คำปรึกษา ได้รับการอบรมฝึกฝนเพิ่มอยู่เสมอ มีความขยันหมั่นเพียรไม่ย่อท้อ เขาก็มีโอกาสพัฒนาตนเองให้ดีขึ้นได้ต่อไป สามารถรู้และเข้าใจได้ในวันหนึ่งข้างหน้า เปรียบเสมือนดอกบัวที่อยู่ใต้น้ำ ซึ่งจะค่อยๆ โผล่ขึ้นเบ่งบานได้ในวันหนึ่ง (เนยยะ)
 ๔. บัวก้นบึง หมายถึง พวกที่ไร้สติปัญญา และยังเป็นมิจฉาทิฏฐิ แม้ได้ฟังธรรมก็ไม่อาจเข้าใจความหมายหรือรู้ตามได้ ไร้ซึ่งความเพียร มีความเห็นผิด ไม่ถูกต้อง ขัดกับความเป็นจริงอย่างมาก ไม่เชื่อว่าบาปบุญมีจริง ไม่เชื่อว่ากฎแห่งกรรมมีจริง แสวงหาแต่ความสุขจอมปลอม สามารถทำความชั่วได้ง่ายๆอยู่เป็นนิจ บุคคลเหล่านี้ยากแก่การกลับใจเป็นคนดี ยากแก่การสั่งสอนอบรมบ่มนิสัย จนมีผู้เรียกว่า "โมฆะบุรุษ" คือ เป็นบุรุษ (บุคคล) ที่เกิดมาสูญเปล่า ชีวิตไร้ค่า เสียชาติที่เกิดมาเป็นคน ไม่ได้มีโอกาสพัฒนาชีวิตจิตใจของตนเองให้สูงขึ้น หรือทำประโยชน์แก่ตน ผู้อื่น หรือแก่โลกเลย เรียกได้ว่าแทบว่าไม่มีศีลธรรมอยู่ในจิตใจเลย เป็นอันตรายทั้งกับตนเองและผู้อื่นด้วย เปรียบเสมือนดอกบัวที่จมอยู่กับโคลนตม ยังแต่จะตกเป็นอาหารของเต่าปลา ไม่มีโอกาสโผล่ขึ้นพ้นน้ำเพื่อเบ่งบาน (ปทปรมะ)
ฉะนั้นประเภท ๑-๒ คบหาสมาคมได้ค่อนข้างสนิทใจ เพราะไม่เป็นพิษเป็นภัยกับใคร เพราะพื้นฐานจิตใจดี มีศีลธรรมประจำใจ คนประเภท ๓ คบได้แต่ต้องระวังตัวพอสมควร ส่วนประเภทที่ ๔ ควรหลีกเลี่ยงไม่คบหาด้วยจะเป็นดีที่สุด

 

ร้านภพพระ © 2018 | บริหารงานโดย แมน ภพพระ